ใครชอบกิน น้ำเต้าหู้ ติดต่อกันหลายวัน มันจะส่งผลต่อร่างกายมากขนาดนี้!!

เมื่อพูดถึงน้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้เป็นเครื่องดื่มที่ชาวจีนนิยมดื่มกัน ปีหลังๆนี้ ไม่ว่าในจีนหรือต่างประเทศ ก็นิยมดื่มน้ำเต้าหู้ ในจีนเกือบทุกแห่ง เราจะพบเห็นร้านน้ำเต้าหู้ และร้านค้าไม่ว่าใหญ่หรือเล็กก็มีน้ำเต้าหู้ขายด้วยเช่นกัน คนจำนวนมากเชื่อว่า น้ำเต้าหู้มีประโยชน์ทางโภชนาการมากกว่านมด้วยซ้ำ น้ำเต้าหู้ทำจากถั่วเหลือง มีกลิ่นหอมจากถั่วเหลือง รสหวานหน่อย เป็นเครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ มีคุณประโยชน์หลายประการในการบำรุงสุขภาพ น้ำเต้าหู้อุดมด้วยโปรตีนที่ดี และสารอาหารอีกหลายอย่างที่ร่างการต้องการ

ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นคนไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้เลย เพราะไม่ชอบกลิ่นมัน วันนึงก็ได้คุยกับพี่คนนึง พี่แกเป็นคนรักสุขภาพมาก หุ่นของแกดูเฟิร์มมาก เราเห็นแกชอบกินน้ำเต้าหู้ แกก็บอกว่ามันมีประโยชน์มากมายอย่างนั้นอย่างนี้ เราที่ช่วงนี้รู้สึกว่ากำลังอ้วนอยู่นะ เลยคิดจะกินบ้าง เราเลยซื้อมากินแทนอาหารมื้อเย็น แรกๆก็ต้องอดทนกับความโหยหิว แต่พอประมาณวันที่ 3 ก็เริ่มชินและเริ่มไม่ค่อยหิวไปเอง และสิ่งที่เราได้มานั่นก็คือ

1. น้ำหนักลดลง ทีแรกน้ำหนักเรา 53 แต่หลังจากลดอาหารเย็นเปลี่ยนมากินน้ำเต้าหู้แทน น้ำหนักเราเหลือแค่ 50 ก็เริ่มรู้สึกดีกับมันขึ้นมา เรากินแบบใส่น้ำตาลปกติ และใส่เครื่องเฉพาะแมงลักเพราะแมงลักมันทำให้อิ่ม มันไปพองในท้องคล้ายๆกับการกินซีโลสนั่นเอง

2. ผิวดีขึ้น อาจจะเห็นผลไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะเราสีผิวกลางๆ ไม่ขาวไม่ดำ หลังจากที่เราน้ำหนักลดเราเลยกินต่อไปเรื่อยๆ ประมาณเดือนนึงมาสังเกตตัวเองเพราะมีคนทักว่าขาวขึ้น เนียนขึ้น พอมาดูก็ เออ!! มันดีขึ้นจริงๆนะ อันนี้เคยได้ยินหลายคนพูดมาเหมือนกันว่ากินน้ำเต้าหู้แล้วจะขาว ทีแรกไม่เชื่อจนมาลองกินเองนี่แหละ

3. ผมสวยขึ้น อันนี้หลายคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารผมชั้นดีเลย บางคนกินน้ำเต้าหู้เพื่ออยากให้ผมสวย รักษาผมเสีย แต่สำหรับเราเริ่มจากกินเพื่อลดน้ำหนักแต่ได้ผลข้างเคียงมาเป็นผมที่สวยขึ้น ที่รู้ได้เพราะเราเป็นคนผมแห้งเสีย (ชอบทำสีผม) แต่พอกินไปนานๆผมมันดูลื่นขึ้น มันวาวขึ้น จนมั่นใจว่ามันมาจากน้ำเต้าหู้ที่เรากิน

นี่ก็เป็นสิ่งที่ตัวเรารู้สึกว่าเห็นผลกับตัวเรามากที่สุดเลยอยากมาแชร์ให้ผู้ที่ไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้ได้รู้ถึงประโยชน์ของมัน จริงๆแล้วมันยังมีประโยชน์อื่นๆอีกที่ไม่ได้แสดงมาให้เราเห็น ใครที่อยากลดน้ำหนักก็ลองเอาเป็นตัวเลือกก็ได้นะ ไม่ต้องอดอาหารแถมยังได้ประโยชน์อีกเยอะแยะเลย

น้ำเต้าหู้ ประโยชน์จัดเต็มสำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมวิธีทำน้ำเต้าหู้

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ และนมถั่วเหลือง ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพที่คนรักสุขภาพชอบทาน พร้อมวิธีทำน้ำเต้าหู้ดื่มเองที่บ้าน

หากพูดถึง “นมถั่วเหลือง” คงไม่มีใครไม่นึกถึง “น้ำเต้าหู้” แต่ถ้าหากพูดถึง “น้ำเต้าหู้” หลายคนก็คงจะคิดถึง “นมถั่วเหลือง” ขึ้นมาใช่ม้า… (อิอิ) เอาล่ะ !! ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เรื่อง “น้ำเต้าหู้” มาฝากเพื่อน ๆ กันด้วย สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ พลาดไม่ได้เด็ดขาด…

“น้ำเต้าหู้” หรือ “นมถั่วเหลือง” แหล่งโปรตีนชั้นดีสำหรับผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ หรือสำหรับคนที่บริโภคเนื้อสัตว์ ก็สามารถดื่มน้ำเต้าหู้เป็นอาหารเสริมได้ เพราะถั่วเหลืองที่นำมาทำน้ำเต้าหู้นั้นมีโปรตีนสูง และมีคุณค่าทางโภชณาการใกล้เคียงกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ถ้าเราบริโภคถั่วเหลืองในปริมาณที่สูงพอ ร่างกายของเราก็จะได้รับโปรตีนเพียงพอกับความต้องการได้ (ว้าว… วิเศษสุด ๆ)

นอกจากนี้ ในถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน A, B, B1, B2, B6, B12 ไนอาซิน และวิตามิน C, D, E และในเมล็ดถั่วเหลืองยังมี “เลซิทิน” อันเป็นสารบำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ ลดไขมัน และลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย

น้ำเต้าหู้

ทั้งนี้ ถ้าเทียบกับนมธรรมดาแล้ว น้ำเต้าหู้จะมีข้อดีกว่า แต่บางอย่างก็จะสู้นมธรรมดาไม่ได้ โดยน้ำเต้าหู้ให้โปรตีนเกือบเท่านมธรรมดาทั่วไป มีไขมันที่ดีกว่าคือให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่า และช่วยลดคอเลสเตอรอล สำหรับข้อเสีย คือ น้ำเต้าหู้จะให้แคลเซียมได้น้อยมาก ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารอื่นที่มีแคลเซียมควบคู่กันไปด้วย เช่น ปลาทอดกรอบ ผักคะน้า กวางตุ้ง เป็นต้น

ทีนี้ลองมาดูกันเป็นข้อ ๆ ว่าน้ำเต้าหู้มีประโยชน์อย่างไร

นมถั่วเหลือง

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

1. มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่

นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และวิตามิน โดยเฉพาะปริมาณสารอาหารประเภทโปรตีนในนมถั่วเหลือง ซึ่งมีอยู่สูงเทียบเท่าเนื้อสัตว์เลยเชียวล่ะ

2. มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 10 ชนิด

โปรตีนโกลบูลิน (Globulin) ที่พบในน้ำเต้าหู้ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 10 ชนิด อีกทั้งยังเป็นโปรตีนชนิดที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย โดย 95% ของโปรตีนในน้ำเต้าหู้ ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด

นอกจากนี้งานวิจัยจาก Molecular Nutrition & Food Research ปี พ.ศ. 2554 ก็เผยว่า น้ำเต้าหู้ยังมีเลคซิติน (Lecithin), ไอโซฟลาโวน (Isoflavone), โอลิโก (Oligo) และไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมน อีกทั้งยังช่วยในการขับถ่าย และป้องกันโรคเบาหวาน ลดความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และบำรุงเส้นเลือดแดงด้วย

3. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

องค์การอาหารและยา พร้อมทั้งสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา เผยว่า น้ำเต้าหู้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในอัตราส่วนที่สูง ซึ่งกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือดชั้นใน อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงได้

6 คุณประโยชน์จาก “น้ำเต้าหู้” นอกเหนือจาก การลดน้ำหนัก
1 เลซิติน ในน้ำเต้าหู้ช่วยสกัดคอเลสเตอรอล และสลายไขมันเลวที่ร่างกายไม่ต้องการออกไปได้ และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยร่างกาย ตามไหล่ และลำคอได้อีกด้วย

2 ซาโปนิน ช่วยให้การดูดซึมไขมันลดลง และสามารถควบคุมคอเลสเตอรอลให้อยู่ในปริมาณที่พอดีได้ นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับสารพิษ และสิ่งสกปรกที่ตกค้างภายในร่างกายกรดอะมิโน ในน้ำเต้าหู้มีกรดอะมิโนมากกว่า 20 ชนิด ที่จะช่วยพัฒนาสมอง และระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้อีกด้วย

3 ฟอสฟอรัส เป็นแร่ธาตุที่พบได้ในธัญพืชหลายชนิด รวมไปถึงเต้าหู้ด้วย ฟอสฟอรัสช่วยให้เหงือกและฟันแข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเผาผลาญแป้ง และไขมันได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ น้ำเต้าหู้ ช่วยลดความอ้วนได้อย่างแน่นอน

4 วิตามิน B ในเต้าหู้มีวิตามิน B หลายชนิดในปริมาณสูง วิตามิน B ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และคาร์โบไฮเดรตเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกายได้นำไปใช้

5 โปรตีน ในน้ำเต้าหู้ 100 กรัมจะมีโปรตีน 3.3 กรัม โปรตีนที่ร่างกายต้องการ จะอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.4 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โปรตีนจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และช่วยให้ผิวพรรณกระชับเนียนเรียบ ดังนั้น การกินน้ำเต้าหู้ ช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดในอีกด้วย

6 ธาตุเหล็ก ในเต้าหู้นอกจากจะมีโปรตีนแล้วยังมีธาตุเหล็กไม่ต่างจากเนื้อสัตว์ นี่จึงเป็นเหตุที่ชาวมังสวิรัติ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนได้โดยไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ ธาตุเหล็กมีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดอาการอ่อนเพลีย และช่วยบำรุงเลือด

เก็บไว้ทำกิน แจกสูตร “น้ำเต้าหู้” สูตรนี้การันตี ขายดีไม่ต่ำกว่า 20 โลต่อวัน

ไปไหนมาไหน เช้าๆ ระหว่างไปเรียน ไปทำงาน เราก็มักจะเห็นร้านน้ำเต้าหู้ อยู่ตามริมทางเต็มไปหมด เราภาพชินตาของเราส่วนใหญ่ มักจะเห็นเด็กนักเรียน หนุ่มสาวออฟฟิต ยืนมุงรอซื้อน้ำเต้าหู้ หลายๆคนถ้าเราสังเกตุดีๆ ก็จะเห็นว่า เป็นขาประจำ หน้าเดิมๆ ซะส่วนใหญ่ เพราะติดใจในรสชาติความอร่อย ถึงมาอุดหนุนประจำ

เรามาดูวิธีทำน้ำเต้าหู้กันก่อนว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
สูตรในการทำน้ำเต้าหู้

1. ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม(เป็นถั่วผ่าซีกแล้วก็ได้)
2. น้ำตาลทรายขาวละเอียด 350 กรัม
3. เกลือเสริมไอโอดีน ป่น 1 ช้อนชา
4. น้ำสะอาด 32 ถ้วย ( ประมาณ 8 ลิตร )

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1.ผ้าขาวบาง 2 ผืน เอาไว้กรองกากถั่งเหลือง
2.เครื่องปั่น(เอาไว้ปั่นถั่วเหลืองที่แช่น้ำแล้ว)
3.หม้อ หรือกะละมัง 2 ใบ

ขั้นตอนการทำ
1. เริ่มจากแช่ถั่งเหลืองไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง

2. หลังจากนั้นนำถั่วกรองด้วยตะกร้าพลาสติกขนาดเล็กเพื่อให้สะเด็ดน้ำ
3. ขั้นตอนต่อไปก็นำถั่วเหลืองเข้าเครื่องปั่น เวลาปั่นให้ใส่ถั่วเหลืองประมาณครึ่งโถก็พอ แล้วใส่น้ำสะอาดที่เตรียมไว้โดยใส่พอท่วมเม็ดถั่ว ใช้เวลาปั่นครั้งละประมาณ 2-3 นาทีถั่วก็จะละเอียด

4. นำไปใส่ในหม้อ หรือกะละมังที่เตรียมไว้โดยใช้ผ้าขาวบางกรองกากถั่วเหลือง พอเราปั่นถั่วเหลืองเหลืองจนหมด นำน้ำเต้าหู้ที่ได้จากการกรองครั้งแรก นำไปกรองโดยขาวบางอีกที

5. เสร็จจากขั้นตอนนี้เราก็เอาน้ำเต้าหู้ไปตั้งไฟให้เดือดเปิดไฟให้แรงเลยครับถ้าจะให้หอมก็ใส่ใบเตยซัก 2 ใบ โดยเราต้องคนไปเรื่อยๆ และคอยตักฟองออกให้หมด หรือจะตำๆ ก่อนนิดนึงก็ได้ครับ

6. พอน้ำเต้าหู้เดือด เราหรี่ไฟลงมาแล้วก็ใส่น้ำตาล (แต่สำหรับคนที่จะนำไปขายก็ไม่ต้องใส่น้ำตาล เราค่อยไปเติมน้ำตาลเวลาที่ลูกค้าสั่ง)ใส่เกลือป่น จากนั้นก็เพิ่มไฟให้แรงอีกครั้ง คอยคนไปเรื่อย ๆ พอน้ำเต้าเดือดก็ปิดไฟ ยกน้ำเต้าหู้ไปเทใส่หม้ออีกใบ เพื่อให้ความร้อนลดลง เพื่อจะทานได้ง่ายขึ้น

จบไปแล้วครับกับขั้นตอนการทำน้ำเต้าหู้ ง่ายมากเลยครับ คราวนี้เรามาดูกันว่าต้นทุนต่อการทำ สำหรับถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม ว่าเราต้องใช้ต้นทุนเท่าไหร่

– ถั่วเหลืองซีก 1 กก. ราคา 40 บาท
– น้ำตาลทราย 350 กรัม ราคา ประมาณ 8 บาท
– เกลือ 1 บาท
– ใบเตย 2 บาท
– ค่าแก๊ซประมาณ 9 บาท
– รวมเป็นเงินประมาณ 60 บาท

จากถั่วเหลือง 1 กก. พอกลายเป็นน้ำเต้าหู้แล้วถ้าขายเป็นถุง ๆ ละ 7 บาท จะได้ประมาณ 30-35 ถุง คิดเป็นเงินประมาณ 210-245 บาท
เพราะฉะนั้นจะได้กำไรขั้นต่ำที่ประมาณ 150 บาท ต่อถั่วเหลือง 1 กก. ที่เราเห็นแม่ค้าตามตลาดใหญ่ ๆ ที่เขาขายมานาน เขาทำวันละ 20-40 กก. กำไรวันละ 2-3 พันบาทต่อวันเลยนะครับ

บางคนมีไอเดียหน่อยก็ใส่เครื่องปรุงหลายชนิดมาก ราคาก็อัพขึ้นไปอีกถุงละหลายบาท บางคนก็มีไอเดียในการใส่แก้วภาชนะที่สีสันลวดลายสวยงาม บางคนคิดการใหญ่ก็ขยายสาขาหลายสาขา มองหาทำเลที่คนเดินผ่านเยอะ ๆ ย่านตลาดนัด ตลาดสด หน้าเซเว่น หน้าโรงเรียน ย่านชุมชนที่คนเยอะ ๆ ใช้เวลาสร้างฐานลูกค้าซักหน่อย อดทน ขยัน ช่วงแรกอาจจะมีลูกค้าไม่มากแต่พอผ่านไปซักระยะคุณจะมีฐานลูกค้าแน่นอน อย่าลืมนะครับคนที่เขาขายได้กำไรวันละสองสามพันบาทเขาก็เริ่มแบบคุณนี่แหละ

เราต้องมองหาอะไรที่สร้างความแตกต่างกับคนอื่น ช่องทางทำกิน ช่องทางสร้างเงินนั้นมีอยู่รอบตัวเรา เช่น ถ้าลูกค้าซื้อสามถุงแถมคูปอง 1 ใบ สะสมคูปองครบ 10 ใบนำมาแลกน้ำเต้าหู้ได้ 3 ถุง หรือลูกค้าคนไหนซื้อของเราบ่อย ๆ ก็แถมไปบ้างรับรองได้ใจลูกค้าแน่นอน พอสาขาแรกของคุณติดแล้วมองหาสาขาสองได้เลยครับ จ้างลูกน้องได้ครับไม่ถูกโกงเพราะน้ำเต้าหู้จำนวนกี่ลิตรเราคำนวณได้ว่าขายได้กี่ถุง ไม่นานได้กำเงินแสนครับ
ขอให้ทุกท่านโชคดี

ขอขอบคุณสิ่งดีๆ : number1money
cr.เรียบเรียงโดย : Postsod

cr.https://health.kapook.com/view3804.html

Facebook Comments