ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้พื้นบ้าน หาทานง่าย ดีต่อสุขภาพ

รู้หรือไม่? มะม่วง ผลไม้ของโปรด…ให้ประโยชน์ทางยาสูงลิบ รีบหามาทานด่วน!

มะม่วงเป็นผลไม้ที่มักมาพร้อมรสเปรี้ยว ทานอร่อยกรุบกรอบ แม้ทานตอนสุกก็ยังคงไว้ซึ่งความเปรี้ยวอมหวานที่หลายคนติดใจไปตามกันๆ สำหรับมะม่วงนั้นเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์มากมาย เพราะเป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว มีคอเลสเตรอลและให้โซเดียมน้อย แต่ให้ไฟเบอร์สูง ทั้งยังมีวิตามินบี 6 วิตามินเอและซี

นอกจากนี้ ยังมีแมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสี มีเบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) เควอซิทิน (Quercetin) กรดโฟลิกและแอสตรากาลิน (astragalin) สารดังกล่าวล้วนเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ชะลอริ้วรอยและช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ประโยชน์ของมะม่วงยังมีมากมายดังที่เราจะกล่าวให้ทราบเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ

ควบคุมความดันโลหิต

แมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่พบในมะม่วงนั้น ล้วนแล้วแต่จะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้ทำงานอย่างคงที่ปกติมากขึ้น และยังมีวิตามินอีที่จะช่วยให้การผลิตฮอร์โมนเพศทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วยนะคะ

ช่วยป้องกันมะเร็งได้

เพราะในมะม่วงมีสารต่างๆ ที่เป็นดั่งสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะทำหน้าที่ในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ได้แก่ เควอซิทิน (Quercetin) เมทิลแกทเลท (methylgallat) แอสตรากาลิน (astragalin) ไอโซเควอซิทริน (isoquercitrin) และไฟเซติน (fisetin) อีกทั้งยังมีเพคติน (pectin) ปริมาณสูงซึ่งผลการวิจัยได้บอกไว้ว่ามันสามารถช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ด้วยนั่นเอง

ดีต่อระบบการย่อยอาหาร

ในมะม่วงมีเอนไซม์ที่เป็นผลดีต่อการย่อยสลายของโปรตีนและส่งผลให้ร่างกายเกิดการดูดซึมไปใช้ต่อไปง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ร่างกายก็ยังได้รับไฟเบอร์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายและทำให้อิ่มท้องเร็วขึ้น เหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยู่ในช่วงไดเอทมากทีเดียว

รักษาและป้องกันโรคเบาหวาน

จริงอยู่ที่คนเป็นเบาหวานจะต้องงดการรับประทานอาหารรสหวานและมะม่วงก็มีน้ำตาลที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน ทว่าเราขอแนะนำให้คุณนำใบมะม่วงมาทำเป็นสูตรยาดื่มรักษาน้ำตาลในเลือด โดยนำใบมะม่วง 10 – 15 ใบมาล้างให้สะอาดจากนั้นแช่ในน้ำอุ่นแล้วปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืนค่ะ ตอนเช้ามาจึงนำมาดื่มขณะท้องว่าง ทำเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้กลัวมาคงที่ปกติดังเดิมได้ สำหรับสูตรนี้แม้แต่คนปกติก็สามารถดื่มเพื่อป้องกันโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน

ช่วยบำรุงสายตา

เราต่างก็ทราบกันดีแล้วนะคะว่าวิตามินเอมีผลดีต่อการบำรุงสายตา และมะม่วงก็มีวิตามินเอสูงเช่นกัน ดังนั้น หากรับประทานเป็นประจำก็สามารถช่วยบำรุงสุขภาพสายตาของเราได้ค่ะ นอกจากนี้แล้ว มะม่วงยังสามารถป้องกันไม่ให้จอประสาทตาเสื่อมเมื่อคุณมีอายุมากขึ้นได้อีกด้วย

มะม่วง..ผลไม้ที่สามารถหารับประทานได้ตลอดปีเลยก็ว่าได้ นอกจากรสชาติความอร่อยกรุบกรอบที่โดนใจหลายคนแล้ว ยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย เปี่ยมด้วยสิ่งดีๆ เพื่อสุขภาพขนาดนี้ พลาดกันไม่ได้แล้วนะคะ

ประโยชน์ของมะม่วง

  1. เนื้อไม้ของต้นมะม่วง สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้
  2. ใช้ประกอบอาหารหรือใช้รับประทานเป็นของว่างได้หลากหลาย เช่น ทำน้ำพริก ยำมะม่วง ต้มยำ เมี่ยงส้ม หรือการทำเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน คั้นเป็นน้ำผลไม้ก็ได้เช่นกัน
  3. นำมาแปรรูปเป็นมะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงเค็ม น้ำแยมมะม่วง พายมะม่วง เป็นต้น
  4. ใบแก่ของมะม่วงใช้เป็นสีย้อมผ้าให้เป็นสีเหลือง
  5. ทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้าด้วยการใช้มะม่วงสุกมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ จากนั้นใช้ช้อนบดขยี้เนื้อมะม่วงให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าดูสะอาดเกลี้ยงเกลา รูขุมขนดูกระชับ ผิวเรียบเนียนไร้รอยเหี่ยวย่น

คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงดิบต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม
  • น้ำตาล 13.7 กรัม
  • เส้นใย 1.6 กรัม
  • ไขมัน 0.38 กรัม
  • โปรตีน 0.82 กรัม
  • วิตามินเอ 54 ไมโครกรัม 6%
  • เบตาแคโรทีน 640 ไมโครกรัม 6%
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.67 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.12 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 9 43 ไมโครกรัม 11%
  • วิตามินซี 36 มิลลิกรัม 60%
  • ธาตุแคลเซียม 11 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุสังกะสี 0.09 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ที่มา…http://www.naarn.com/5664/

cr.healthy108toyou.blogspot.com/2017/12/blog-post_24.html

cr.medthai.com/มะม่วง/

Facebook Comments